Blog Feed

ตามนักร้อง-ดาราไปนมัสการพระธาตุพนม

พระธาตุพนม เป็นศูนย์รวมศรัทธา ของผู้คนในแถบลุ่มแม่น้ำโขงและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ (รวมถึงทั่วโลก) ตามตำนานเชื่อว่า พระธาตุพนมสร้างมาไม่น้อยกว่า 2,500 ปี ซึ่งในเทศกาลเพ็ญเดือน 3 ของทุกปีจะมีการจัดงานประจำปี ที่มีผู้คนนับแสนมาร่วมนมัสการและกราบขอพรพระอุรังคธาตุ (กระดูกส่วนหน้าอก) ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แต่ด้วยความศรัทธาที่ผู้คนมีต่อพระธาตุพนม ตลอดทั้งปี จึงมีผู้คนมากราบนมัสการพระธาตุพนมโดยตลอด รวมทั้งศิลปินดารา-นักร้อง ก็พากันมากราบขอพรพระธาตุพนมอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งบางคนโชคดีมีโอกาสได้เข้าไปกราบพระอุรังคธาตุในองค์พระธาตุพนม ซึ่งปกติไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้า (และไม่อนุญาตให้สตรีเข้าไปโดยเด็ดขาด)

ศิลปินดารา-นักร้องที่เคยมานมัสการพระธาตุพนมมีใครกันบ้าง เรามาลองดูกัน

  1. อั้ม อธิชาติ :

2. แพนเค้ก เขมนิจ : ทำบุญถวายผ้าห่มพระธาตุพนมและเทียนพรรษา (29 กค.59)

3. สรพงษ์ ชาตรี

4. มนต์แคน แก่นคูณ

5. ไชยา มิตรชัย

ที่ดินแห่งความสุข

โุครงการที่ดินจัดสรรบ้านแดนบุญ : ดงหมู

เมื่อ ๒ ปีก่อน ผมมองหาที่ดินที่จังหวัดนครพนม เพื่อเตรียมตัวสร้างบ้านอยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิต การคิดย้ายถิ่นฐานจากจังหวัดชานเมืองกรุงเทพ ไปอยู่ที่นครพนมเมืองแห่งความสุข เป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ ผมจึงค่อนข้างพิถีพิถันในการเลือกที่ดิน โดยพยายามหาที่ดินที่อยู่ในทำเลที่ดี ปลอดภัย ไม่ไกลตัวเมือง น้ำไม่ท่วม และที่สำคัญคือ ราคาไม่แพงจนเกินไปนัก

ที่ดินก่อนที่จะจัดสรร

ในช่วงของการหาที่ดิน ผมได้พบประกาศขายที่ดินแปลงหนึ่ง อยู่ในเขตบ้านดงหมู ไม่ไกลจากตัวเมือง ขนาดที่ดินอยู่ที่ประมาณ 1 ไร่ (ใหญ่ไปหน่อย) อยู่ตรงข้ามกับที่อยู่ของ “ผู้ใหญ่บ้าน” (ดีจัง) มีถนนคอนกรีต และมีทางเข้าออกหลายทาง

แต่หลังจากติดต่อเจ้าของที่ดินและเล่าแผนการทำงานที่ตั้งใจไว้ให้เขาฟัง เจ้าของที่ดินเป็นคนมีคุณธรรม จึงแนะนำว่า น่าจะไปซื้อที่ดินที่ใกล้ที่ทำงาน ซึ่งอยู่อีกโซนหนึ่งของเมือง ดังนั้น ผมจึงไม่ได้ซื้อที่ดินกับเขา แต่เราได้กลายมาเป็นกัลยาณมิตรที่ดีต่อกัน

ที่ดินก่อนมีการปรับพื้นที่ เต็มไปด้วยต้นไม้ ดงไผ่ และหญ้ารก

หลังจากนั้น ราว ๑ ปี เจ้าของที่ดินที่อยู่ติดกับที่ของกัลยาณมิตรคนนี้ ได้บอกขายที่ดินในราคาไม่สูงนัก แถมยังเป็นที่ติดถนน ๒ ด้าน กัลยาณมิตร (ขอเรียกว่าเพื่อนนะครับ) คนนี้จึงแนะนำว่าน่าจะซื้อที่ดินผืนนี้เก็บไว้ เพราะถึงไม่มาอยู่เอง แต่ทำเลและสิ่งแวดล้อมของที่ดินตรงนี้ดีมาก ๆ ประกอบกับที่ดินใกล้ตัวเมืองมีราคาสูงขึ้นทุกปี (เพื่อนซื้อที่ดินไว้ที่แถวบ้านน้อยใต้ในราคา ๕ แสนบาท พอเวลาผ่านไปราว ๕ ปี ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นเป็น ๒ ล้าน)

โฉนดที่ดินสองแปลงเมื่อนำมาต่อกันและลองแบ่งที่ดินเป็น 5 แปลง

เมื่อผมตัดสินใจซื้อที่ดินที่ติดกับเพื่อนมาได้สักพัก ผมก็เริ่มมีความคิดว่า ถ้าผมกับเพื่อนนำที่ดินมารวมกัน จะได้ที่ดินขนาดเกือบ ๒ ไร่ ถ้าลองนำมาจัดสรรขาย โดยผมเก็บไว้อยู่เองสัก ๑ แปลง (ในกรณีที่หาที่ดินที่ดีกว่านี้ไม่ได้) ก็น่าจะดีกับทั้งเพื่อนและตัวผม ด้วยเหตุนี้ โครงการที่ดินจัดสรร “บ้านแดนบุญ : ดงหมู” จึงเกิดขึ้น

เริ่มปรับปรุงที่ดิน โดยการจ้างถางที่ที่เดิมรกมาก
จ้างรถเข้ามาปรับพื้นที่และขุดรากไม้
จ้างรถมาถมที่ โดยรอดินคุณภาพดีอยู่นานหลายเดือน

โครงการที่ดินจัดสรร : บ้านแดนบุญ (ดงหมู) มีแนวคิดหลักคือ การจัดสรรที่ดินสำหรับสร้างบ้านเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข โดยแบ่งที่ดินเกือบ 2 ไร่ เป็น 5 แปลง แปลงละประมาณ 150 ตร.วา เพื่อให้ผู้ซื้อสร้างบ้านที่อยู่ได้สบาย (กับครอบครัว พ่อแม่ และลูกหลาน) ในราคาเริ่มต้นราว 6 แสนเศษ ที่ดินอยู่ตรงข้ามบ้านผู้ใหญ่บ้าน จึงปลอดภัยมาก แถมติดถนนคอนกรีตที่เข้า-ออกได้หลายทาง มีสระว่ายน้ำมาตราฐานอยู่ใกล้ ๆ น้ำไม่เคยท่วม แถมถมดินสูงจากถนนขึ้นมาอีกราว 30 เซ็นต์ (ใช้เงินไป 2 แสนบาท) ด้วยดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์ (ให้คนรับถมที่เลือกดินแบบที่ดีที่สุดมาให้) เพื่อให้คนซื้อได้ที่ดินที่เหมาะสำหรับการปลูกบ้านที่ดีที่สุด อยู่สบายที่สุด ปลูกต้นไม้ได้ทันที เพื่อชีวิตที่มีแต่ความสุขกายสบายใจ

ถมที่สูงกว่าถนน 30 เซ็นติเมตร แต่สูงกว่าที่ข้างเคียงถึงหัวไหล่คน

แนวคิดในการทำโครงการบ้านแดนบุญ (ดงหมู) จึงไม่ใช่แนวคิดที่มุ่งทำกำไรสูงสุดแบบธุรกิจทั่วไป แต่เป็นการจัดสรรที่ดินแบบเอาใจเขามาใส่ใจเรา คือ คิดเหมือนตัวเองเป็นคนมองหาที่ดินเพื่อปลูกบ้าน ถ้าตัวเราอยากได้ที่ดินที่ดีขนาดไหน ลูกค้าก็คงคิดแบบเดียวกัน ดังนั้น จึงจัดสรรที่ดินให้มีขนาดพอสมควร (ไม่เล็กเกินไป) โดยมองถึงอนาคต ไม่ซอยที่ดินให้เล็ก (เพราะอยากให้พื้นที่ตรงนี้เป็นชุมชนคุณภาพ ไม่แออัด) และปรับปรุงที่ดินอย่างเอาใจใส่ โดยถมดินให้สูงจากถนนและเลือกดินที่ดีที่สุดในการถม

หลังจากถมที่เสร็จเรียบร้อย ที่ดินออกมาสวยงามมาก บ้านที่เห็นอีกด้านเป็นบ้านเดี่ยวของเพื่อนบ้าน
ถนนหน้าบ้านทุกหลังอยู่ตรงนี้ โดยที่ดินตรงข้ามเป็นบ้านของผู้ใหญ่บ้าน

ท่านที่สนใจและกำลังมองหาที่ดินเพื่อปลูกบ้าน อยากชวนให้โทรมาคุยหรือแวะไปดูที่ดินกันก่อน (แบบสบายใจ ไม่มีข้อผูกมัด ถือว่าเราเป็นกัลยาณมิตรกันครับ) เพราะโครงการนี้ไม่รีบขาย อยากให้คนซื้อพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่าชอบที่ตรงนี้จริง ๆ อยากลงหลักปักฐานและมีบ้านที่มีความสุข ณ ที่ตรงนี้จริง ๆ แล้วค่อยตัดสินใจซื้อ

เพราะเมื่อเราเอาใจผู้ซื้อมาใส่ใจเรา เราจึงรู้ดีว่า การซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านเป็นเรื่องใหญ่และ เป็นเรื่องสำคัญในชีวิต คนทั่วไปมีโอกาสซื้อที่ดินเพื่อปลูกบ้านประมาณคนละ ๑ ครั้งเท่านั้น การได้พูดคุย ซักถามข้อมูล และไปดูที่ดินจริง ๆ ดูสภาพแวดล้อมจริง จึงสำคัญมาก

ถนนที่มุ่งเข้าเมือง (ก่อนถึงโรงแรม R-PHOTO) เลี้ยวซ้ายเข้าซอยชื่อ ถนนร่วมใจพัฒนา
เข้าถนนร่วมใจพัฒนามา 100 เมตร จะพบสระว่ายน้ำขนาดมาตราฐาน ขับรถเลยมา แล้วเลี้ยวขวา
เข้ามาอีกสักพัก จะเจอที่ดินขนาดเกือบ ๒ ไร่ เหมือนเป็นหัวใจของหมู่บ้าน
ถ้าเลี้ยวตามถนนไป ฝั่งซ้ายมือคือบ้านผู้ใหญ่บ้าน บ้านด้านหน้าคือบ้านเพื่อนบ้าน
บ้านของผู้ใหญ่บ้าน (ถ่ายโดยเข้ามายืนในที่ดิน)
ที่ดินข้างเคียง (หลังบ้านเรา) ยังเป็นแนวต้นไม้

อนึ่ง ที่ดินในโครงการบ้านแดนบุญแต่ละแปลงมีราคาต่างกันเล็กน้อย (ราคาตร.วาละ 4,000 บาทขึ้นไป) และราคาจะมีการปรับขึ้นทุกปีตามความเหมาะสม หากมีเวลาจึงน่าจะแวะมาพูดคุย หรือดูที่ดินก่อน หวังว่าที่ดินแห่งความสุขผืนนี้จะได้เป็นที่สร้างบ้านแห่งความสุขของ 5 ครอบครัวที่น่ารักนะครับ

ไหว้พระธาตุประจำวันเกิดที่นครพนม

นครพนมเป็นจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง ส่วนกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดคงหนีไม่พ้น การเดินทางมาสักการะพระธาตุพนมและการไหว้พระธาตุประจำวันเกิด

พระธาตุประจำวันเกิดในจังหวัดนครพนม ประกอบด้วยพระธาตุ ๘ องค์ ซึ่งในการไหว้พระธาตุประจำวันเกิด นักท่องเที่ยวบางท่านเลือกเดินทางไปไหว้เฉพาะพระธาตุประจำวันเกิดของตน แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ นิยมเดินทางไปสักการะพระธาตุทั้ง ๘ องค์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยพระธาตุทั้ง ๘ องค์ มีดังนี้

๑. พระธาตุพนม : พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันอาทิตย์
๒. พระธาตุเรณู : พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันจันทร์
๓. พระธาตุศรีคุณ : พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันอังคาร
๔. พระธาตุมหาชัย : พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันพุธ
๕. พระธาตุมรุกขนคร : พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันพุธ (กลางคืน)
๖. พระธาตุประสิทธิ์ : พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันพฤหัสบดี
๗. พระธาตุท่าอุเทน : พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันศุกร์
๘. พระธาตุนคร : พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันเสาร์

การวางแผนเดินทางไปไหว้พระธาตุให้ครบทั้ง ๘ องค์ ควรใช้เวลาประมาณ ๒ วัน เพื่อให้มีเวลาชื่นชมสิ่งสวยงามระหว่างทาง และได้กินอาหารอร่อย ๆ แบบที่ไม่ต้องรีบร้อนเกินไปนัก

การเดินทางไปไหว้พระธาตุจากกรุงเทพ วิธีที่สะดวกที่สุด น่าจะเป็นการเดินทางด้วยเครื่องบิน ซึ่งสายการบินที่ให้บริการแบบบินตรงมีเพียงสายการบินเดียว คือ Air Asia ค่าโดยสารเริ่มต้นที่ประมาณ 990 บาท ส่วนการเดินทางไปไหว้พระธาตุควรใช้รถยนต์จะสะดวกที่สุด เนื่องจากพระธาตุแต่ละแห่งอยู่ไกลกัน ซึ่งการเช่ารถสามารถเช่าได้ที่สนามบิน และรถเช่าที่อยากแนะนำคือรถเช่าของ AVIS Thailand เพราะเป็นรถใหม่ ค่าเช่าไม่แพง

แนวทางการเดินทางเพื่อไหว้พระธาตุประจำวันเกิดให้ครบทั้ง ๘ องค์ แบบไม่รีบร้อนมากนัก อาจวางแผนการเดินทางได้ดังนี้ คือ

วันที่ ๑

๑. ออกเดินทางจากที่พักไปยังพระธาตุมรุกขนครก่อน (อยู่ที่วัดมรุกขนคร ไม่ไกลจากตัวเมือง)
๒. เดินทางต่อไปยังพระธาตุเรณู
๓. เดินทางไปพระธาตุพนม (อยู่ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม) แวะกินข้าวเที่ยงที่นี่ (แนะนำร้านอาหารเวียดนามตรงข้ามพระธาตุพนม อาหารอร่อย ราคาไม่แพง ห้องน้ำสะอาดมาก)
๔. ดูพิพิธภัณฑ์ในวัดพระธาตุพนมฯ (มีพระพุทธรูปและวัตถุโบราณที่น่าชมเป็นจำนวนมาก) ๕. เดินทางไปพระธาตุศรีคุณ (อยู่ที่วัดพระธาตุศรีคุณ อ.นาแก)
๖. กลับที่พัก

วันที่ ๒

๑. ออกจากที่พักไปพระธาตุมหาชัย (อ.ปลาปาก)
๒. เดินทางไปพระธาตุประสิทธิ์ ( อ.นาหว้า)
๓. เดินทางไปพระธาตุท่าอุเทน (อ.ท่าอุเทน)
๔. แวะดื่มกาแฟ ตากแอร์เย็น ๆ กินขนมชมวิวที่ร้านมูนบัวลอง (อยู่ใกล้ ๆ พระธาตุนคร อ.เมือง) ๕. เดินไปพระธาตุนคร (อยู่ที่วัดมหาธาตุ ริมแม่น้ำโขง ในตัวเมือง)

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนไปไหว้พระธาตุประจำวันเกิดแต่ละแห่ง มีดังนี้

พระธาตุพนม (พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันอาทิตย์)

พระธาตุพนมเป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจตุรัส กว้างด้านละ ๑๒.๓๓ เมตร สูง ๕๓.๖๐ เมตร สร้างราว ปีพ.ศ.๑๒๐๐ – ๑๔๐๐ ภายในบรรจุพระอุรังธาตุหรือกระดูกส่วนหน้าอก ของพระพุทธเจ้า

พระธาตุพนม

พระธาตุพนมเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยและคนลาว โดยคนอีสานมักพากันมาบูชาพระธาตุพนมทุกปี โดยเชื่อว่า ถ้าใครได้มานมัสการองค์พระธาตุพนมครบ ๗ ครั้ง จะถือว่าเป็น “ลูกพระธาตุ” ซึ่งถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

การมาบูชาพระธาตุพนม สามารถบูชาได้แม้จะไม่ใช่คนเกิดวันอาทิตย์ ส่วนคาถาบูชาพระธาตุพนม คือ “อะ วิช สุ นุต สา นุส ติ” โดยสิ่งของบูชาพระธาตุประกอบด้วย ธูป ๖ ดอก เทียน ๕ เล่ม ซึ่งทั้งหมดมาหาได้ที่วัด

พระธาตุเรณู (พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันจันทร์)

พระธาตุเรณู เป็นพระธาตุสีชมพู ฐานกว้าง ๘.๓๗ เมตร สูง ๓๕ เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี พ. ศ. ๒๔๖๑ ภายในบรรจุพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน เครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง เชื่อว่าผู้ที่ไปบูชาจะมีผิวงดงาม ผุดผ่องดังแสงจันทร์

พระธาตุเรณู

คาถาบูชาพระธาตุเรณู คือ “อิ ระ ชา คะ ตะ ระ สา” โดยสิ่งของบูชาประกอบด้วย ธูป ๑๕ ดอก เทียน ๒ เล่ม

พระธาตุศรีคุณ (พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันอังคาร)

พระธาตุศรีคุณ อยู่วัดพระธาตุศรีคุณ อ.นาแก ภายในประดิษฐานพระอรหันตธาตุของพระโมคคัลลานะ พระสารีบุตร และพระสังกัจจายนะ ผู้ใดที่ได้ไปสักการะจะมีศักดิ์ศรีทวีคูณ มีพลังต่อสู้กับปัญหาและมีจิตใจที่เข้มแข็ง

คาถาบูชาพระธาตุศรีคุณ คือ “ติ หัง จะ โต โร ถิ นัง” ให้สวดวันละ ๘ จบ จะได้รับเมตตามหานิยม

สิ่งของบูชาพระธาตุ ประกอบด้วย ข้าวตอก ข้าวหนียวปิ้ง ดอกไม้สีชมพู น้ำอบ ธูป ๘ ดอก เทียนขาว ๒ เล่ม

พระธาตุมหาชัย (พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันพุธ)

พระธาตุมหาชัย อยู่วัดธาตุมหาชัย อ.ปลาปาก หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ สร้างองค์พระธาตุองค์ปัจจุบันครอบองค์เดิม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ ๙ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตสารีริกธาตุของพระอัญญาโกนทัญญะ พระสารีบุตร และพระอนุรุทร ผู้ที่ได้ไปสักการะพระธาตุมหาชัยจะประสบแต่ชัยชนะในชีวิต ค้าขายคล่อง การพูดจากจะเป็นที่เชื่อถือของผู้คน

คาถาบูชาพระธาตุมหาชัยของคนเกิดวันพุธกลางวัน คือ “ปิ สัม ระโล ปุ สัต พุท” ให้สวดบูชา ๑๗ จบ ส่วนคาถาบูชาพระธาตุมหาชัยของคนเกิดวันพุธกลางคืน คือ “คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ” ให้สวดบูชาวันละ ๑๒ จบ

สิ่งของบูชาพระธาตุ ประกอบด้วย ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกบัว ธูป ๑๗ ดอก (สำหรับคนเกิดกลางวัน) หรือ ๑๒ ดอก (สำหรับคนเกิดกลางคืน) และเทียนขาว ๒ เล่ม

พระธาตุมรุกขนคร (พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันพุธ กลางคืน)

พระธาตุมรุกขนคร อยู่ที่วัดมรุกขนคร อ.ธาตุพนม องค์พระธาตุมีลักษณะคล้ายพระธาตุพนมแต่เล็กกว่า (เพราะสร้างขึ้นภายหลัง) โดยพระธาตุมีความ สูง ๕๐.๙ เมตร มีความหมายว่าสร้างเพื่อฉลองสิริราชสมบัติในหลวงรัชการที่ ๙ ทรงครองราชย์ครบ ๕๐ ปี และ จุด ๙ หมายถึงรัชกาลที่ ๙ นั่นเอง

คาถาบูชาพระธาตุมรุกขนคร คืน คือ “คะ พุท ปัน ทู ธัม วะ คะ” ให้สวดบูชาวันละ ๑๒ จบ

สิ่งของบูชาพระธาตุ ประกอบด้วย ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกบัว ธูป ๑๒ ดอก เทียนขาว ๒ เล่ม

พระธาตุประสิทธิ์ (พระธาตุประจำวันของคนที่เกิดวันพฤหัสบดี)

พระธาตุประสิทธิ์ อยู่ที่วัดธาตุประสิทธิ์ อ.นาหว้า คนไทญ้อค้นพบพระธาตุราวปี พ.ศ. ๒๑๑๒ ในสภาพที่ทรุดโทรม ต่อมา เจ้าผู้ครองนครศรีโคตรบูร พระนามว่า พระเจ้าขัติวงศาราชบูรณ์หลวง ได้บูรณะเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๒๘๓ ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และอรหันต์ธาตุรวม ๗ องค์ ผู้ที่ได้ไปสักการะจะประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน

คาถาบูชาพระธาตุประสิทธิ์ คือ “ภะ สัม สัม วิ สะ เท ภะ”

สิ่งของบูชาพระธาตุ ประกอบด้วย ธูป ๑๙ ดอก เทียน ๒ เล่ม

พระธาตุท่าอุเทน (พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันศุกร์)

พระธาตุท่าอุเทน อยู่ที่วัดท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน สร้างในปี พ.ศ.๒๔๕๕ โดยหลวงปู่สีทัตถ์ สุวณฺณมาโจ เป็นเจดีย์รูปสี่เหลี่ยมจำลองมาจากพระธาตุพนม (โดยมีขนาดเล็กกว่าแต่สูง) ภายในบรรจุพระพุทธสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า และพระพุทธรูป รวมทั้งของมีค่าต่าง ๆ ผู้ที่ได้ไปสักการะจะมีชีวิตรุ่งโรจน์เหมือนพระอาทิตย์ที่ขึ้นยามเช้า

คาถาบูชาพระธาตุท่าอุเทน คือ “วา โธ โน อะ มะ มะ วา”

สิ่งของบูชาพระธาตุ ประกอบด้วย ข้าวตอก น้ำอบ ข้าวเหนียวปิ้ง ดอกไม้สีน้ำเงินหรือฟ้า ธูป ๒๑ ดอก เทียน ๒ เล่ม

พระธาตุนคร (พระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันเสาร์)

พระธาตุนคร อยู่ที่วัดมหาธาตุ ถนนสุนทรวิจิตร ริมฝั่งโขง สร้างราวปี พ.ศ. ๒๔๖๕ ฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างด้านละ ๕.๘๕ เมตร สูง ๒๔ เมตร (สร้างตามแบบพระธาตุพนมองค์เดิม) ภายในบรรจุพระอรหันตสารีริกธาตุ และพระพุทธรูปทองคำ รวมทั้งของมีค่าต่าง ๆ จากศรัทธาประชาชน ผู้ที่ได้ไปสักการะจะได้เป็นเจ้าคนนายคน

cof

คาถาบูชาพระธาตุนคร คือ “โส มา ณะ กะ ริ ถา โธ”

สิ่งของบูชาพระธาตุ ประกอบ ธูป ๑๐ ดอก เทียน ๒ เล่ม

สรุป : ถ้าผู้ใดตั้งใจไปบูชาพระธาตุประจำวันเกิดที่จังหวัดนครพนม หากมีเวลาพอและเป็นสายบุญ สามารถไปไหว้พระธาตุทั้งหมดได้ครบใน ๒ วันแบบที่ไม่เหนื่อยจนเกิดไป การบูชาพระธาตุ (แม้จะไม่ใช่พระธาตุประจำวันเกิดของตนเอง) ก็มีอานิสสงฆ์ไม่น้อย เพราะอย่างน้อยที่สุด การบูชาด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ ด้วยความศรัทธาที่มี ก็จะนำพาความสุขใจให้แก่ผู้บูชานั่นเอง

ประวัติของนครพนม

จังหวัดนครพนม

จังหวัดนครพนม เดิมเป็นมหานครของ “อาณาจักรศรีโคตรบูรณ์” ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 12 ซึ่งเป็นอาณาจักรอิสระที่ไม่ขึ้นกับใคร

ครั้นราวพ.ศ. 2309 หลังจากที่พระบรมราชากู่แก้ว เอาชนะศึกกับพระนครานุรักษ์ (คำสิงห์) ผู้ไปสวามิภักดิ์ต่อพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชที่ 2 แห่งนครเวียงจันทน์ พระบรมราชากู่แก้วได้ย้ายเมืองข้ามฝั่งแม่น้ำโขงมาที่ปากบังฮวก (ซึ่งปัจจุบันคือบริเวณวัดมรุกขนคร ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม)

ต่อมาในปี พ.ศ.2321 พระเจ้ากรุงธนบุรีทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก และเจ้าพระยาสุรสิงหนาท ยกทัพมาตีเอาหัวเมืองทางแถบแม่น้ำโขง รวมไปจนถึงนครเวียงจันทน์ เมืองมรุกขนครจึงได้ขึ้นกับกรุงธนบุรี แต่ยังคงปกครองตนเองอยู่

ครั้นในราวปี พ.ศ. 2322 พระบรมราชา (พรหมา) ได้ย้ายเมืองจากปากบังฮวก มาอยู่ที่บ้านหนองจันทร์ (ห่างจากตัวเมืองนครพนมไปทางธาตุพนม 5 กม.) แล้วสถาปนาเมืองขึ้นใหม่ชื่อว่า “นครราชธานีศรีโคตรบูรณ์” ต่อมาในช่วง พ.ศ. 2330 ได้ย้ายเมืองไปที่ฝั่งขวาแม่น้ำโขงบริเวณที่ปากห้วยบังฮวกบรรจบกับแม่น้ำโขง (ปัจจุบันอยู่บริเวณบ้านดอนนางหงส์ท่า อำเภอธาตุพนม เลยลงไปถึงบ้านธาตุน้อยศรีบุญเรือง ตำบลพระกลางทุ่ง อำเภอธาตุพนม) ครั้นเมื่อย้ายเมืองมาตั้งที่ปากห้วยบังฮวกได้ราว 20 ปี น้ำก็ได้กัดเซาะตลิ่งพัง จึงย้ายเมืองมาตั้งที่บ้านหนองจันทร์ (ห่างจากตัวเมืองนครพนมไปทางทิศใต้ราว 4 กิโลเมตร) ตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า “นครบุรีราชธานี”

ในปี พ.ศ. 2337 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองเป็น “เมืองนครพนม” ขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานคร ซึ่งชื่อเมืองนครพนม มีการสันนิฐานว่า คำว่า “พนม” อาจเกี่ยวข้องกับการที่มีพระธาตุพนมประดิษฐานอยู่ หรืออาจเพราะแต่เดิมมีภูเขาสลับซับซ้อนมากมาย (กินพื้นที่ในเขตท่าแขกไปจนถึงเวียดนาม) ส่วนคำว่า “นคร” อาจเป็นเพราะเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน หรือ ตั้งให้คงเค้าชื่อเมืองเดิม คือ “เมืองนครบุรีราชธานี”

ข้อมูลจาก : แผนพัฒนาจังหวัดนครพนม พ.ศ. 2561-2565

Introduce Yourself (Example Post)

This is an example post, originally published as part of Blogging University. Enroll in one of our ten programs, and start your blog right.

You’re going to publish a post today. Don’t worry about how your blog looks. Don’t worry if you haven’t given it a name yet, or you’re feeling overwhelmed. Just click the “New Post” button, and tell us why you’re here.

Why do this?

  • Because it gives new readers context. What are you about? Why should they read your blog?
  • Because it will help you focus you own ideas about your blog and what you’d like to do with it.

The post can be short or long, a personal intro to your life or a bloggy mission statement, a manifesto for the future or a simple outline of your the types of things you hope to publish.

To help you get started, here are a few questions:

  • Why are you blogging publicly, rather than keeping a personal journal?
  • What topics do you think you’ll write about?
  • Who would you love to connect with via your blog?
  • If you blog successfully throughout the next year, what would you hope to have accomplished?

You’re not locked into any of this; one of the wonderful things about blogs is how they constantly evolve as we learn, grow, and interact with one another — but it’s good to know where and why you started, and articulating your goals may just give you a few other post ideas.

Can’t think how to get started? Just write the first thing that pops into your head. Anne Lamott, author of a book on writing we love, says that you need to give yourself permission to write a “crappy first draft”. Anne makes a great point — just start writing, and worry about editing it later.

When you’re ready to publish, give your post three to five tags that describe your blog’s focus — writing, photography, fiction, parenting, food, cars, movies, sports, whatever. These tags will help others who care about your topics find you in the Reader. Make sure one of the tags is “zerotohero,” so other new bloggers can find you, too.